วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2561

[NC Between Us] Chapter: 45 Key


Chapter: 45 Key
“ฮีชอล...คืนนี้ไปเดินเล่นชายหาดกันเปล่า”ลีทึกเอ่ยถามเพื่อนคนสวยที่นั่งกินอาหารเงียบๆ ไม่หยอกล้อเหมือนคนอื่นๆ
“อืม...ไม่ล่ะ...ปวดหัวนิดหน่อย...อยากพักผ่อน”ฮีชอลตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มหวานให้กับเพื่อนตาสวย
“อ้าว...เป็นอะไรไปน่ะ มียาติดมามั้ย? เป็นตั้งแต่เมื่อไร? ทำไมไม่บอกกันล่ะ?”ลีทึกรัวคำถามใส่ร่างเพรียวด้วยความเป็นห่วง
“เอาทีละคำถาม...ชั้นจำคำถามนายไมได้”ฮีชอลตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ทำเอาลีดเดอร์ถึงกับหน้าชา -.-
“มียาติดมามั้ย?”ลีทึกเอ่ยถามเมื่อตั้งสติได้
“ไม่มี...ไม่คิดจะกิน...เพิ่งปวด และก็ขี้เกียจบอก...อ่อ...ไม่ต้องถามว่าทำไมถึงจำคำถามได้...ชั้นไม่ใช่ปลาทองนะ เพียงแค่อยากให้นายพูดช้าๆ เผื่อว่าฟันปลอมมันจะหลุดเข้าไปติดในลำคอ”พูดจบร่างเพรียวก็จัดการรวบช้อน แล้วลุกเดินออกไปจากโต๊ะอาหารทันที ทิ้งให้คนที่โดนหลอกด่าว่าแก่ และเมมเบอร์คนอื่นๆนั่งอึ้งกับคำตอบที่รัวเป็นไฟจากเจ้าหญิงแห่งวง แต่หากใครจะสังเกตว่ามีใครบางคนนั่งก้มหน้านิ่งด้วยความรู้สึกผิดที่จุกแน่นในอก กับใครอีกคนที่กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา แต่เพียงแค่เสี้ยววิ ก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พี่ฮีชอลเป็นอะไรไปน่ะ”คังอินเอ่ยถาม
“นั่นสิ...เหมือนเขาดูไม่แฮปปี้เลยที่มาที่นี่”ฮยอกแจสมทบ
“ก็พี่เขาบอกว่าไม่สบายนิ ก็คงเพราะอย่างนั้นล่ะม้ง”คิบอมเสนอความเห็น
“ช่วงนี้พี่ฮีชอลมีงานเยอะด้วยนินา...คงจะเครียดๆมั้ง”คยูฮยอนเอ่ยสมทบ
“แล้วทำไมไม่มีใครตามพี่ฮีชอลไปล่ะ? เผื่อพี่เขาจะเป็นลมเป็นแล้งไป จะทำยังไง”ซองมินเอ่ยพร้อมกับเอียงคองง
“เออ...นั่นสิ แกตามไปสิเยซอง”คังอินหันไปสั่งซาลาเปาที่เคี้ยวข้าวตุ้ยๆไม่ได้สะทกสะท้านกับอาการของเพื่อนร่วมวงเลยแม้แต่น้อย
“อะไรอ่ะ...ยังกินไม่หมดเลยนะ”เยซองเอ่ยเถียง
“ห่วงแต่กิน”รยออุคบ่นอุบ
“ผมไปเองครับ”ซีวอนเอ่ยพร้อมกับรวบช้อนแล้วลุกขึ้นยืน
“ซีวอน...”ฮันกยองที่เห็นคนรักเสนอตัว ก็ถึงกับสะดุ้ง มือเรียวเลื่อนไปแตะมือหนาเอาไว้ คิดกังวลว่าคนรักของตนคิดจะทำอะไรที่อาจจะทำให้ปัญหาระหว่างเขา ซีวอน และฮีชอลจะยิ่งบานปลายไปมากกว่าเดิม
“อื้ม...ฝากด้วยนะซีวอน”ลีทึกเอ่ยพร้อมกับยิ้มหวาน นึกๆแล้วก็โล่งใจ ที่ซีวอนไม่ได้คิดอคติใดใดกับเพื่อนคนสวย
“ครับ พี่ลีทึก”ซีวอนยิ้มรับ ก่อนจะเดินตามร่างเพรียวไปเงียบๆ
“เอ๊ะ...ลีทึก...นายก็รู้นิ ถ้าชั้นอารมณ์ไม่ดี ชั้นไม่ชอบให้ใครมายุ่ง”ฮีชอลที่เดินเงียบๆเลียบชายหาดเอ่ยขึ้น เมื่อรู้สึกได้ว่ามีใครเดินตามมา และถ้าเดาไม่ผิดก็คงไม่พ้นลีดเดอร์ตาหวานอย่างลีทึก
“...”ซีวอนไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่เดินตามร่างสวยที่เร่งฝีเท้าก้าวหนีอีกฝ่ายที่เดินตามตนอยู่ แต่มีหรือ...ที่คนตัวเล็กจะเร็วกว่าคนตัวสูงอย่างซีวอน
“เอ๊ะ...ลี...ซีวอน!”เมื่อรู้สึกได้ว่าอีกร่างเข้ามาประชิดร่าง ร่างเพรียวจึงหันหลังกลับไปหมายจะด่าพ้อสักคำสองคำ แต่เมื่อเห็นว่าอีกร่างไม่ใช่เพื่อนสนิทตาสวยก็ถึงกับชะงักค้าง ไม่นึกว่าจะเป็นซีวอนที่เดินตามมา
“ครับ...”ซีวอนยิ้มบางๆแล้วเลื่อนมือไปจับไหล่บางเอาไว้
“ผมไม่ให้พี่เดินหนีอีกแล้ว...”ซีวอนเอ่ยเสียงเรียบ จ้องตาร่างเล็กนิ่ง
“หมายความว่าไง...ชั้นหนีอะไรนาย...”ฮีชอลตอบกลับ
“หนีความผิดไงครับ”ซีวอนตอบกลับเสียงเรียบ เมื่อได้ยินคำตอบคนสวยถึงกับหน้าชา...ไม่ใช่ว่าเขาคิดว่าซีวอนไม่รู้...แต่ไม่คิดว่าซีวอนจะมาทำแบบนี้กับเขา
“อะไร...ความผิดอะไร? นายมีหลักฐานอะไรรึไง ถึงจะมาปรักปรำว่าชั้นกำลังหนีความผิด...กำลังเล่นตำรวจจับผู้ร้ายแบบที่เด็กๆเขาเล่นกันรึไง?”ฮีชอลแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องพร้อมกับสะบัดไหล่หนีจากการเกาะกุมของร่างสูง
“ความผิด..ที่ทำแบบนี้...กับคนที่ผมรักไงล่ะ...”ไม่เอื้อนเอ่ยอะไรต่อ...ร่างสูงก็รั้งเอวบางเข้ามาประชิด จัดการประกบริมฝีปากเข้ากับริมฝีปากบางของร่างเพรียว บดขยี้รุนแรงและหนักหน่วง บังคับให้ร่างเพรียวเผยอปากออก
“อื้อ...”ร่างบางครางออกมาด้วยความตกใจ มือบางเลื่อนไปดันอกแกร่ง เรียวขาบางยกขึ้นเตรียมจะถีบให้ร่างสูงออกจากร่าง หากทว่าร่างสูงเร็วกว่า...มือหนาดันร่างบางให้นอนราบลงกับผืนทราย ก่อนจะจัดการคร่อมร่างเพรียวเอาไว้ ไม่ให้ดิ้นหนี
“อื้อ...ปล่อย...”
“หึ...จะให้ผมปล่อยคนทำผิดไปได้ไงล่ะครับ หืม?”ร่างสูงเอ่ยก่อนจะพรมจูบไปทั่วใบหน้าหวาน ซุกไซร้ซอกคอขาว สูดดมความหอมหวานจากร่างสวย ก่อนจะขบเม้มไปตามผิวขาวเนียนจนเกิดรอยรักสีเข้ม มือหนาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างบางด้วยความชำนาญ เรียวลิ้นร้อนไล้ไปทั่วผิวเนียนชิมความหอมหวานจากร่างกายสวยราวกับของขวัญจากสวรรค์
“อื้อ...ไม่..ปล่อย...ปล่อยนะ...ชั้นไม่ผิด...ปล่อย...”ร่างบางดิ้นสุดกำลัง มือบางปัดป่ายไปมา พยายามหาอาวุธใดๆที่จะช่วยให้ตนเองหนีรอดจากสถานการณ์เช่นนี้
“อย่าคิดจะหนีเลยครับ...คนสวย...”ซีวอนเอ่ยเสียงเย็น ก่อนจะจัดการรวบมือเรียวทั้งสองเอาไว้ด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างที่ว่างก็เลื่อนไปเล่นกับยอดอกสีหวาน เรียวลิ้นร้อนไล้ไปตามแผ่นอกบาง ชำนาญเสียจนข้างใต้ถึงกับตัวสั่นด้วยความเสียวซ่าน
“อื้อ...นายไม่มีสิทธิทำอย่างนี้! ปล่อยชั้นนะ! ชั้นเป็นพี่นายนะ!”คนสวยตวาดเสียงกร้าว แม้อารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้นโดยน้ำมือของร่างสูงจะมีมากเสียเกินจะหักห้าม แต่ร่างตรงข้ามไม่ใช่คนๆนั้น...เขาก็ไม่ยอมหรอก...
“ทำไมล่ะครับ? ทีกับ “เพื่อน” พี่ยังทำได้เลยไม่ใช่เหรอ...”ซีวอนกระซิบข้างใบหูเล็ก เป่าลมเข้าไปเบาๆ ก็ทำให้คนตัวเล็กใต้ร่างถึงกับสั่นสะท้าน...
“อื้อ...”ฮีอชอลหลับตานิ่ง พยายามสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ เขาจะต้องไม่ยอมแพ้...ไม่ยอมแพ้...เขาจะต้องไม่เป็นของใครคนอื่น...คิดได้แค่นั้น...มือเรียวที่ถูกรวบเอาไว้ก็พยายามออกแรงขยับเพื่อให้ร่างสูงคลายมือออก หากแต่แรงที่ด้อยกว่าจึงทำให้สิ่งที่กระทำกลับไม่เกิดผลใดๆ
“อื้อ...ซีวอนอา...”เสียงหวานดังออกจากปากบาง พร้อมกับดวงตาคู่สวยที่ช้อนมองใบหน้าอีกฝ่าย...ทำเอาซีวอนถึงกับผงะ...คนๆนี้ไม่ใช่คนธรรมดา...เขารู้ดี...
“ปล่อยฉัน!”สิ้นเสียงกร้าวมือบางที่โดนรวบก็จัดการสะบัดการกอบกุมออก นิ้วเรียวทั้งห้ากวาดทรายที่อยู่ข้างๆกายก่อนจะตวัดใส่หน้าของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เรียวขาบางจะหยัดยืนแล้ววิ่งออกจากจุดนั้น...แต่มีหรือ...ที่คนอย่างซีวอนจะยอมโง่...ดวงตาคู่คมปิดลงเข้าหากัน ป้องกันไม่ให้อันตรายจากทรายเม็ดละเอียดกระทบกระเทือน เมื่อตั้งสติได้ก็ลุกขึ้นวิ่งตามร่างเล็กที่หนีไปไกล
“จะไปไหน...”มือหนากระชากเรียวแขนเล็กเอาไว้เมื่อประชิดร่างสวย ก่อนที่ร่างบางจะได้ดีดดิ้นหรือวิ่งหนี ร่างสูงก็จัดการแบกคนตัวเล็กขึ้นไหล่ แล้วพาไปที่ไหนสักแห่ง...ที่ตัวเองรู้จักดี...หากแต่สำหรับคนอื่นๆ...คงจะเป็นสถานที่ล่องหนทียากจะนึกถึงเป็นแน่แท้...
“ปล่อย! โอ้ย...ปล่อยนะโว้ย...ช่วยด้วย...ปล่อย...ปล่อยชั้น...”ร่างบางทั้งดิ้นทั้งร้องอยู่บนไหล่แกร่ง มือบางทั้งทุบทั้งตี ทั้งจิก ทั้งข่วนไปที่แผ่นหลังหนา แต่ไม่มีทีท่าว่าคนแข็งแรงอย่างซีวอนจะรู้สึกรู้สาอะไรทั้งนั้น
“อ๊ะ...โอ้ย...เจ็บ...”ร่างบางร้องครางออกมา เมื่อร่างสูงจัดการเหวี่ยงเขาลงกับเตียงขนาดใหญ่ ในห้องอะไรสักห้อง ที่เขาไม่รู้ว่ามันคือส่วนไหนของบ้าน แต่ที่รู้แน่ๆว่าที่ห้องๆนี้มีเตียง ทีวี และของใช้เล็กๆน้อยๆครบหมด ถ้ามองเผินๆคงจะเหมือนกับโรงแรมห้าดาวทั่วไป...หากแต่ว่าห้องนี้ดูอบอุ่นเกินกว่าจะเป็นโรงแรมจำพวกนั้น
“แรงเยอะจริงๆนะครับ...ถ้าเปลี่ยนจากผมเป็นพี่ฮันก็คงจะดีกว่าใช่มั้ยล่ะ?”ซีวอนเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่มีอีกแล้ว...ซีวอนในคราบเจ้าชายที่ใครต่อใครกล่าวขาน...ไม่มีอีกแล้วรอยยิ้มหวานๆที่มักจะมอบให้รุ่นพี่เสมอๆ...ไม่มีอีกแล้วความเงียบ...จนดูโง่...ที่เขาใช้ประโยชน์ในการหาความสุขจากคนรักของคนๆนี้...
“อื้อ...พูดอะไรบ้าๆน่ะ...ออกไป๊...ออกไปจากชั้น!”ฮีชอลตวาดเสียงแหลม เมื่อรู้สึกถึงพิษภัยที่เขาไม่มีทางหนีรอด เรียวแขนบางกอดเข่าตัวเองให้ชิดกับลำตัว ดวงตาแดงก่ำบ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่ต้องสะกดกลั้นน้ำใสๆที่มันอยากจะไหลออกมาเสียเหลือเกิน
“น่ารักจังเลยนะครับพี่เนี้ย...”มือหนาเลื่อนไปลูบไล้แก้มสวยพร้อมกับรอยยิ้มแฝงความนัย ร่างบางที่รับรู้ถึงสัมผัสหยาบกร้านสะบัดหน้าหนีสัมผัสนั้น ก่อนที่น้ำตาเม็ดใสๆจะค่อยๆไหลออกมาช้าๆ หมดทางหนีแล้วจริงๆน่ะเหรอ...ทำไมล่ะ...ทำไมฉันต้องโง่แบบนี้ล่ะ...ฉันดูโง่มากเลยใช่มั้ย...ที่ปกป้องตัวเองไม่ได้...จนอยากให้คนๆนั้นมาคอยปกป้อง...เขานี่มันอ่อนแอมากใช่มั้ย...ฮันกยอง...
“อย่ามาแตะตัวชั้น”ฮีชอลตวาดเสียงเข้ม
“คงไม่ได้หรอกครับ...เพราะคืนนี้...เราจะได้นอนเนื้อแนบเนื้อกันทั้งคืนเลยมากกว่า...”ร่างสูงเอ่ยพร้อมกับปลดเสื้อเชิตราคาแพงของตัวเองออก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดุจกับปีศาจถูกส่งไปให้คนตัวเล็กที่นั่งสั่นระริกราวกับลูกแมวน้อยทีกำลังจะถูกสิงโตเขมือบ
“ฮึก...ปล่อย...ปล่อยชั้น...ออกไป...ออกไป...”เสียงหวานกรีดร้องเมื่อคนร่างสูงเลื่อนไปนั่งบนเตียง มือหนากระชากข้อเท้าให้คนตัวเล็กเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้กำลังดันให้คนตัวเล็กนอนราบลงไปกับเตียง ก่อนที่ตัวเองจะนั่งคร่อมเอาไว้ ข้อมือเรียว ท่อนแขนขาว เรียวขาเล็กล้วนมีแต่รอยแดงที่เกิดจากการบีบและกระชากจากร่างสูง
“ปล่อย...ปล่อยชั้น...ปล่อย...อึก...ชั้นเกลียดนาย...ปล่อยชั้น”ร่างบางตะโกนลั่นพร้อมกับพยายามดิ้นหนีสุดแรง เมื่อร่างสูงเริ่มการเล้าโลมเขาอีกครั้ง มือหนาเลื่อนสะเปะสะปะบีบเค้นเนื้อเนียนไปทั่ว รอยแดงๆรอยแล้วรอยเล่าที่ถูกสร้างขึ้นจากการขบเม้ม
“อึก...อื้ม...อึก...”ร่างบางกัดริมฝีปากของตนแน่น เพื่อสกัดกลั้นเสียงน่าอายที่มันถูกเปล่งออกมาโดยธรรมชาติจากการเล้าโลมจุดอ่อนไหว
“หึ...”ซีวอนส่งเสียงเพียงแค่นั้น ดวงตามคมจดจ้องไปที่ใบหน้าหวานที่บัดนี้บ่งบอกถึงความทรมาณ ทั้งน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย จมูกที่แดงปลั่งเนื่องจากผ่านการร้องไห้ ริมฝีปากบวมเจ่อที่มีเลือดซิบออกมาน้อยๆจากการถูกขบกัด
“อึก...ฮึก...อ๊าาาา”เสียงหวานถูกเปล่งจากลำคอยามที่ตนถูกส่งขึ้นสวรรค์แห่งตัณหา น้ำสีขาวขุ่นที่ไหลเยิ้มออกมาจากส่วนปลายของส่วนอ่อนไหวถูกป้ายไปที่ช่องทางรักสีหวานทางด้านหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้...ต่อไปเขาจะโดนทำอะไรต่อ...
“ผมควรทำยังไงดีล่ะพี่ฮีชอล...เบิกช่องทางให้พี่ชินก่อน...หรือว่าใส่เข้าไปเลยดี?”ซีวอนเอ่ยถามพร้อมกับนิ้วเรียวที่หยอกล้อกับด้านนอกของช่องทางรัก
“อื้อ...ฮึก...นายไม่มีสิทธิทำอะไร...ออกไปจากตัวชั้น...”ฮีชอลคำรามเสียงต่ำ ดวงตาคู่สวยปิดสนิท เจ็บเหลือเกิน...เจ็บไปทั้งใจ...ไม่เคยเลย...ไม่เคยจะคิด...ว่าเขาจะต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้...
“อึก...เจ็บ...อ๊า...”ร่างบางกรีดร้องออกมาเมื่อถูกรุกล้ำจากสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้ว มือบางกำเข้าหากันแน่น เล็บคมจิกเข้ากับเนื้อของตัวเองเพื่อระบายความเจ็บปวด...เลือดสีแดงสดไหลออกจากปากแผลเล็กๆที่เกิดจากการจิกลึกเข้าไป...เจ็บ...มันเจ็บเหลือเกิน...เรี่ยวแรงที่มีมันหายไปไหน...ขอร้อง...ขอร้องได้มั้ย...ใครก็ได้มาช่วยเขาที...ฮันกยอง...นายได้ยินมั้ย...ชั้นกำลังเรียกนายอยู่...ฮันกยอง...การกระทำที่แสนโหดร้ายทารุณถูกมอบให้กับร่างบอบบางที่ไร้แรงต้านทาน จังหวะร้อนแรงถูกส่งให้อย่างไร้ความปราณี ความเจ็บปวดแล่นลึกในร่างกายจนแทบจะหยุดหายใจ...เจ็บเหลือเกิน...เจ็บไปทั้งกาย...เจ็บไปทั้งใจ...ดวงใจดวงเล็กๆนี้จะทนได้แค่ไหนกันนะ...คิมฮีชอล...

เสียงกระทบกับของผิวเนื้อดังก้องไปทั่ว แต่ทว่าใครต่อใครก็ไม่อาจจะได้ยินเสียงที่เปล่งร้องออกมาด้วยความทรมาณนั้นได้เลยสักคน...จะมีมั้ย...ใครสักคนที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยคนๆนี้ได้...จะมีมั้ย...ใครสักคนที่จะได้ยินคำขอร้องที่เขาเปล่งออกมาแม้มันจะยากลำบากเสียเหลือเกิน...ลมหายใจเอย...ทำไมมันแผ่วเบาเพียงนี้...ร่างกายเอย...ทำไมมันอ่อนแอเสียจนน่ารังเกียจ...

หรือว่ามันจะเป็นสิ่งที่พระเจ้าจะตอบแทนเขาที่ได้ทำผิดดันทุรังไปรักคนมีเจ้าของ หรือนี่จะเป็นบทลงโทษที่คนเลวๆอย่างเขา...ที่ริอาจจะอยากรักใครสักคน...อยากจะเชยชมความหอมหวานของความรักที่ใครๆต่างอยากจะรู้จักนักหนา...

มันผิดด้วยเหรอ...ก็แค่คนอย่างเขา...คิดอยากจะมีความรักบ้าง...
มันผิดด้วยเหรอ...ที่คนอย่างคิมฮีชอลอยากจะรักใครสักคน...

“อ๊าาาาาา”เสียงหวานที่หลุดออกจากริมฝีปากแห้งผากครั้งสุดท้ายดังขึ้น...ก่อนที่สติทุกอย่างจะดับวูบไป ภายใต้ร่างกายแข็งแกร่งของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “รุ่นน้อง” และเจ้าของของคนที่ร่างเพรียวมอบหัวใจให้...หรือที่เรียกง่ายๆว่า...เป็นคนที่เขาทำผิดด้วย...จนไม่น่าให้อภัย...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น